Saudi Aramco บริษัทน้ำมันแห่งชาติของซาอุดีอาระเบีย ปรับขึ้นราคาน้ำมันดิบส่งออกไปยังเอเชียในเดือนพ.ค. เกือบ 8 เท่าเมื่อเทียบกับเดือนเม.ย. ท่ามกลางแนวโน้มที่จะทำให้ราคาน้ำมันในภูมิภาคยังคงอยู่ในระดับสูง แม้ข้อจำกัดด้านอุปทานจากสงครามอิหร่านจะคลี่คลายลง
ค่าพรีเมียมหรือส่วนต่างที่บวกเพิ่มจากราคาพื้นฐานสำหรับราคาน้ำมันดิบเกรด Arab Light กำหนดไว้ที่ 19.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 17 ดอลลาร์จากเดือนเม.ย. ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่เดือนก.พ. 2010 และสูงกว่าระดับเดือนก.ย. 2022 ที่ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นจากผลกระทบสงครามรัสเซีย–ยูเครน
ราคาที่บริษัทพลังงานญี่ปุ่นจ่ายสำหรับน้ำมันจากซาอุดีอาระเบียภายใต้สัญญาระยะยาว จะคำนวณจากค่าเฉลี่ยราคาน้ำมันดิบอ้างอิงดูไบและโอมานในเดือนก่อนหน้า ก่อนที่ซาอุดีอาระเบียจะปรับเพิ่มหรือลดพรีเมียมตามภาวะตลาด
พรีเมียมระดับสูงเป็นประวัติการณ์นี้จะมีผลกับการส่งมอบน้ำมันงวดเดือนพ.ค. ซึ่งจะเดินทางถึงญี่ปุ่นในราวเดือนมิ.ย. หมายความว่าแม้ราคาน้ำมันดิบอ้างอิงจะปรับลดลง แต่ผู้ซื้อในเอเชียยังต้องจ่ายในระดับสูง เนื่องจากซาอุดีอาระเบียเป็นผู้จัดหาน้ำมันให้ญี่ปุ่นราวครึ่งหนึ่งของการนำเข้าทั้งหมด
นักวิเคราะห์ระบุว่า พรีเมียมมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงตราบใดที่การปิดช่องแคบฮอร์มุซยังจำกัดอุปทานน้ำมัน และอาจปรับเพิ่มขึ้นอีกหากสถานการณ์ยืดเยื้อหรือรุนแรงขึ้น โดยแม้ช่องแคบจะกลับมาเปิดได้ แต่ความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานพลังงานอาจทำให้อุปทานฟื้นตัวได้ช้า
สำหรับประเทศผู้นำเข้าอย่างญี่ปุ่น การหันไปใช้แหล่งน้ำมันอื่นทำได้จำกัด เนื่องจากการส่งออกจากประเทศผู้ผลิตรายอื่นในอ่าวเปอร์เซีย เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และกาตาร์ ถูกกระทบอย่างหนัก ทำให้ความต้องการน้ำมันซาอุดีอาระเบียเพิ่มขึ้น โดยสามารถขนส่งผ่านท่าเรือฝั่งทะเลแดง เช่น ยานบู
ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันดูไบในตลาดสปอตพุ่งแตะ 169.80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่ปี 1986 และล่าสุดทรงตัวราว 120 ดอลลาร์ สูงกว่าราคาน้ำมันเวสต์เทกซัส (WTI) และเบรนท์
ในเดือนมี.ค. ราคาน้ำมันซาอุดีอาระเบียสำหรับการส่งมอบเฉลี่ยอยู่ที่ 126 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นราว 80% จากเดือนก.พ. แม้พรีเมียมจะอยู่ที่ศูนย์ เนื่องจากราคาน้ำมันอ้างอิงดูไบและโอมานปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก
ล่าสุด น้ำมันดูไบอยู่ที่ราว 121 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเมื่อรวมพรีเมียม 19.50 ดอลลาร์ ทำให้ต้นทุนน้ำมันจาก Saudi Aramco อยู่ที่มากกว่า 140 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลสำหรับผู้ซื้อในเอเชีย