| หวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน เรียกร้องให้หยุดยิงในตะวันออกกลาง ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่จะขยายการโจมตีอิหร่าน ซึ่งเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ของจีน พร้อมประกาศว่า ปีนี้อาจเป็นปีชี้ชะตาความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน รัฐมนตรีต่างประเทศจีน ยังกล่าวว่า หากทั้งสองฝ่ายปฏิบัติต่อกันด้วยความจริงใจและสุจริตใจ มหาอำนาจทั้งสองประเทศก็สามารถทำให้ปี 2026 เป็นปีสำคัญของการพัฒนาความสัมพันธ์จีน–สหรัฐฯ ที่มั่นคง ยั่งยืน และมีเสถียรภาพ ถ้อยแถลงเมื่อวันอาทิตย์ (8 มี.ค.) ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดเท่าที่ผ่านมา ว่าจีนต้องการรักษาความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ไม่ให้ได้รับผลกระทบจากการโจมตีอิหร่าน แม้จีนจะยังคงรักษาความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์กับอิหร่านไว้ก็ตาม ซึ่งหวัง อี้เองเป็นผู้ลงนามความร่วมมือดังกล่าวเมื่อ 5 ปีก่อน ขณะที่จีนมีความเสี่ยงต่อความปั่นป่วนที่รุนแรงขึ้นในตะวันออกกลาง การหยุดชะงักของการผลิตและการขนส่งน้ำมันจากภูมิภาคทำให้ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้น หากอิหร่านขาดเสถียรภาพ ย่อมกระทบความพยายามของจีนในการกระจายแหล่งนำเข้าน้ำมัน เนื่องจากจีนนำเข้าน้ำมันจากอิหร่านคิดเป็นราว 13% ของสัดส่วนการนำเข้าน้ำมันทางทะเล หวัง อี้ เรียกร้องให้มีการหยุดยิง ระหว่างการแถลงข่าวนอกรอบการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติของจีน และกล่าวถึงความขัดแย้งครั้งนี้ว่าเป็นสงครามที่ไม่ควรเกิดขึ้นเลย อย่างไรก็ตาม ยังได้ส่งสัญญาณว่าการสู้รบดังกล่าวไม่น่าจะกระทบต่อแผนของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในการเป็นเจ้าภาพต้อนรับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งมีกำหนดเยือนจีนระหว่างวันที่ 31 มี.ค. - 2 เม.ย. นี้ จู จวินเว่ย ผู้อำนวยการบริหารของ Horizon Insights Center กล่าวว่า ความสำคัญของการรักษาเสถียรภาพและปรับปรุงความสัมพันธ์จีน–สหรัฐฯ นั้นไม่อาจประเมินค่าได้ เหตุการณ์ในอิหร่านและตะวันออกกลางโดยรวมจึงไม่น่าจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศสั่นคลอน หรือทำให้การประชุมสุดยอดต้องถูกยกเลิก ก่อนการแถลงข่าว ยังมีสัญญาณว่าทั้งสองฝ่ายกำลังเตรียมข้อตกลงที่ผู้นำทั้งสองประเทศอาจประกาศร่วมกัน ซึ่งรวมถึงดีลทางการค้าขนาดใหญ่ โดยคาดว่า สก็อต เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ, เจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) และเหอ ลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีน จะพบหารือกันที่กรุงปารีส ของฝรั่งเศสในช่วงสุดสัปดาห์หน้า เพื่อวางพื้นฐานสำหรับข้อตกลงดังกล่าว ท่าทีที่ระมัดระวังของหวัง อี้ ต่อประเด็นอิหร่านสะท้อนการคำนวณมาแล้วว่า การรักษาเสถียรภาพของความสัมพันธ์กับเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดของโลกมีความสำคัญมากกว่า ในช่วงที่จีนกำลังเผชิญการชะลอตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ และแรงต้านที่เพิ่มขึ้นจากทั่วโลกต่อการส่งออกของจีน หากการประชุมสุดยอดประสบความสำเร็จ ก็อาจนำไปสู่การขยายเวลาพักรบทางภาษี และช่วยสร้างเสถียรภาพต่อสภาพแวดล้อมการค้าภายนอก ซึ่งมีส่วนสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนเกือบหนึ่งในสามเมื่อปีที่แล้ว ที่มา Bloomberg |