SCB FM ชี้เงินบาทอ่อนค่าเร็วสุดในภูมิภาค หลังราคาน้ำมัขึ้นแรง เป็นโอกาสผู้ส่งออกทยอยขาย USDTHB

รูป SCB FM ชี้เงินบาทอ่อนค่าเร็วสุดในภูมิภาค หลังราคาน้ำมัขึ้นแรง เป็นโอกาสผู้ส่งออกทยอยขาย USDTHB

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -9 มี.ค. 69 15:57 น.

SCB FM มองเงินบาทอ่อนค่าเร็วสุดในภูมิภาค หลังราคาน้ำมันปรับขึ้นแรง ชี้เป็นโอกาสให้ผู้ส่งออกทยอยขาย USDTHB ได้ จากคาดการณ์สงครามยืดเยื้อ

 

นายวชิรวัฒน์ บานชื่น นักกลยุทธ์ตลาดการเงินอาวุโส ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เงินบาทอ่อนค่าเหนือ 32.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เพราะนักลงทุนกังวลว่าผลกระทบของสงครามต่อตลาดพลังงานจะรุนแรงกว่าคาด

- ราคาน้ำมันดิบ (Brent) พุ่งขึ้นเหนือ 115 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังมีข่าวว่าประเทศในกลุ่ม Middle East เช่น UAE คูเวต และอิรัก ลดการผลิตน้ำมันลง หลังช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดเป็นเวลากว่า 1 สัปดาห์ ทำให้อุปทานน้ำมันดิบในตลาดโลกลดลงเร็ว

- เงินบาทที่อ่อนค่าแรงและราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น ออกมาใกล้เคียงกับกรณี Worst case ที่ประเมินไว้ก่อนหน้านี้

- เงินบาทและดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐยังได้รับแรงประคองจากฝั่งตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯ (Nonfarm payrolls) ที่ออกมาอ่อนแอกว่าที่ตลาดคาดมาก (Actual -92k vs Expected +55k ตำแหน่ง) จึงทำให้ดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐยังไม่แข็งค่าทะลุ 100 ขึ้นไป และช่วยประคองให้เงินบาทยังอยู่ต่ำกว่า 32.30 บาทต่อดอลลาร์ได้

สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้

- แนวโน้มราคาน้ำมัน และการ Price-in มุมมองเศรษฐกิจของตลาด โดยขณะนี้โอกาสเกิด Stagflation (Stagnation + Inflation) เพิ่มขึ้น

- หากราคา Brent oil ยังอยู่ในระดับ 110-120 ดอลลาร์/บาร์เรล และดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐ (DXY) ยังอยู่ในกรอบใกล้เคียง 100 คาดว่า USDTHB อาจอยู่ที่ราว 32.00-32.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เ

- กรณีนี้ มองว่าการลุกลามของสงครามจะยังไม่เร่งตัวไปมาก แต่ต้องจับตาระยะเวลาของสงคราม หากยิ่งยืดเยื้อและราคาน้ำมันไม่ปรับลดลงมาได้ อาจยิ่งส่งผลต่อดุลบัญชีเดินสะพัดของประเทศผู้นำเข้าน้ำมันสุทธิ โดยเฉพาะไทย ซึ่งจะยิ่งทำให้เงินบาทอ่อนค่าลงไปอีกได้

- หากราคา Brent oil สูงขึ้นสู่ระดับ 130 ดอลลาร์/บาร์เรล และดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐ (DXY) สูงขึ้นกว่า 105 คาดว่า USDTHB อาจขึ้นไปใกล้เคียง 33.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ได้

- กรณีนี้ มองว่าตลาดจะ Price-in กรณี Stagflation ซึ่งอาจทำให้ Fed ไม่สามารถลดดอกเบี้ยได้ แรงกดดันเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น ทำให้ Treasury yields (2-year) อาจสูงขึ้นเหนือ 3.75% ตามที่ประเมินไว้ในกรณี Worst case
 

- หากภาครัฐใช้มาตรการช่วยประคองราคาน้ำมันในประเทศ เช่น ใช้เงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง อาจทำให้ลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและประคอง Sentiment ต่อค่าเงินบาทได้บ้าง

- มาตรการนี้เคยถูกใช้เมื่อปลายปี 2022 ตอนที่เกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครน และดันให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกสูงขึ้นกว่า $130 ต่อบาร์เรล ทำให้กองทุนน้ำมันเคยติดลบไปถึง 1.3 แสนล้านบาท

คำแนะนำต่อผู้ประกอบการ

- ผู้ส่งออก มองว่า USDTHB ที่สูงขึ้นมาที่ราว 32.15-32.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เป็นระดับที่ขายเพิ่มได้ แต่อาจทยอยแบ่งขาย เพราะยังมีโอกาสที่สงครามจะทวีความรุนแรงและลากยาวต่อเนื่อง ทำให้มี Upside ที่เงินบาทจะยังอ่อนค่าต่อได้

- ลูกค้าอาจพิจารณาซื้อ USDTHB Put options เพื่อเปิดโอกาสที่จะขาย USDTHB ในระดับที่สูงขึ้น และปิดความเสี่ยงกรณีที่สงครามอาจจบเร็วและทำให้เงินบาทกลับมาแข็งค่าเร็ว

- ข้อมูลจาก Polymarket ขณะนี้ให้โอกาสเพียง 20-25% ที่สงครามจะจบลงภายในเดือนนี้ และมีโอกาสถึง 30% ที่สงครามจะลากยาวถึง ก.ค. 2026 สะท้อนความเสี่ยงที่สูงขึ้นมากในสัปดาห์นี้

- ผู้นำเข้า อาจต้องรอจังหวะให้ตลาดคลายความกังวลก่อน หากมีข่าวว่าอิหร่านอ่อนแอลง อาจทำให้ตลาด Price-out ความเสี่ยงสงคราม และทำให้ราคาน้ำมันปรับลดลงเร็ว เงินบาทกลับมาแข็งค่าได้

- ความไม่แน่นอนยังมีสูง จึงอาจพิจารณาซื้อ Call options เพื่อปิดความเสี่ยงหากบาทอ่อนค่าแรงต่อเนื่อง นอกจากนี้ หากมีความจำเป็นต้องซื้อ USDTHB ก็อาจพิจารณา Product enhancement เพื่อให้ได้เรตที่ดีขึ้น เช่น Forward plus เนื่องจากความผันผวน (Volatility) ในช่วงนี้ปรับสูงขึ้นมาก จึงทำให้การขาย Options จะสามารถทำให้ซื้อ USDTHB ได้ดีกว่าราคา Spot ในอัตราที่ดีขึ้น



Related Topics

Editing by

Charuwan Iamyingpanitch

Charuwan Iamyingpanitch

Assistant News Editor, efinanceThai