| ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดแดนบวกต่อเนื่องในวันพุธ (1 เม.ย.) โดยได้แรงหนุนจากการปรับขึ้นอย่างแข็งแกร่งของหุ้น Alphabet และหุ้นขนาดใหญ่รายอื่น หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจใกล้ยุติลง ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 46,565.74 จุด เพิ่มขึ้น 224.23 จุด (+0.48%), ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,575.32 จุด เพิ่มขึ้น 46.80 จุด (+0.72%) และดัชนีแนสแดคปิดที่ 21,840.95 จุด เพิ่มขึ้น 250.32 จุด (+1.16%) ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า สหรัฐฯ จะถอนตัวออกจากอิหร่านเร็ว ๆ นี้ แต่อาจกลับมาโจมตีเฉพาะจุดหากจำเป็น การให้ความเห็นดังกล่าวมีขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่ทรัมป์จะแถลงเกี่ยวกับสถานการณ์สงคราม ตามกำหนดการในเวลา 8.00 น. ของวันนี้ตามเวลาไทย โธมัส มาร์ติน ผู้จัดการพอร์ตการลงทุนอาวุโสของ Globalt Investments กล่าวว่า “ความเห็นของทรัมป์มักเปลี่ยนแปลงไปมา ทำให้นักลงทุนต้องตีความว่าหมายถึงอะไร ตลาดต้องการเห็นสัญญาณเชิงบวก และต้องการให้สงครามยุติ” วอลล์สตรีทปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่สอง ท่ามกลางการคาดการณ์ว่า สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านจะยุติลงในไม่ช้า อย่างไรก็ตาม ราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นตลอดเดือนที่ผ่านมาได้สร้างความกังวลต่อเงินเฟ้อทั่วโลก หลังความขัดแย้งกระทบต่อการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ดัชนีความผันผวน CBOE (VIX) ซึ่งเป็นมาตรวัดความกังวลของตลาด ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่าหนึ่งสัปดาห์ แม้ตลาดจะฟื้นตัวในวันพุธ แต่ดัชนี S&P 500 ยังคงลดลง 4% นับตั้งแต่ต้นปีนี้ โดยปัจจุบันซื้อขายที่ Forward P/E ต่ำกว่า 20 เท่า ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 10 เดือน ตามข้อมูลของ LSEG ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจที่รายงานล่าสุด พบว่า รายงานการจ้างงานภาคเอกชนของสหรัฐฯ จาก ADP เผยว่า การจ้างงานยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเพิ่มขึ้น 62,000 ตำแหน่งในเดือนมี.ค. ขณะที่ผลสำรวจโดยรอยเตอร์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 40,000 ตำแหน่ง หลังจากตัวเลขเดือนก.พ. ซึ่งปรับทวนแล้วเพิ่มขึ้นเป็น 66,000 ตำแหน่ง ขณะที่ยอดค้าปลีกในเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 0.6% สูงสุดในรอบ 7 เดือน ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต จากสถาบันการจัดการอุปทาน (ISM) ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยสู่ระดับ 52.7 ในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนส.ค. 2022 และขยับขึ้นจากระดับ 52.4 ในเดือนก.พ. นักลงทุนจับตาตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนมี.ค. ซึ่งจะประกาศในวันศุกร์ (3 เม.ย.) ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะปิดทำการเนื่องในวัน Good Friday ภาพรวมหุ้นรายตัว-รายอุตสาหกรรม - ดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ที่ตลาดหุ้นฟิลาเดลเฟีย (PHLX Semiconductor Index) ปรับตัวขึ้น 2.82% ต่อเนื่องเป็นวันที่สอง - หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ปรับตัวขึ้น นำโดยหุ้น Alphabet ที่เพิ่มขึ้น 3.4% ขณะที่หุ้น Meta Platforms และ Amazon บวกกว่า 1% - หุ้นกลุ่มอวกาศปรับตัวขึ้น นำโดยหุ้น Intuitive Machines พุ่งขึ้น 9%, หุ้น Planet Labs พุ่งขึ้น 10% และหุ้น Rocket Lab บวก 2% จากรายงานที่ระบุว่า SpaceX ได้ยื่นเอกสารเพื่อเสนอขายหุ้น IPO เป็นการลับ ขณะที่กองทุน Destiny Tech100 ซึ่งถือหุ้น SpaceX พุ่งขึ้น 9.1% - หุ้น Eli Lilly เพิ่มขึ้น 3.8% หลังองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) อนุมัติยาลดน้ำหนักชนิดเม็ดของบริษัท ซึ่งจะจำหน่ายภายใต้ชื่อแบรนด์ Foundayo - หุ้น Intel พุ่งขึ้น 8.8% หลังประกาศว่าจะซื้อหุ้นที่ Apollo ถืออยู่ในโรงงานของบริษัทที่ไอร์แลนด์คืน เป็นมูลค่า 14,200 ล้านดอลลาร์ - ดัชนีหุ้นกลุ่มพลังงานใน S&P 500 ร่วงลง 3.9% ต่ำสุดในรอบกว่าหนึ่งสัปดาห์ ขณะที่หุ้นกลุ่มสายการบินปรับตัวขึ้น โดยดัชนี S&P Composite Passenger Airlines ซึ่งเป็นดัชนีย่อยซึ่งติดตามหุ้นกลุ่มสายการบินโดยสาร เพิ่มขึ้น 2.3% หลังราคาน้ำมันดิ่งแรง - หุ้น Nike ทรุด 15.5% แตะระดับต่ำสุดในรอบ 10 ปี หลังบริษัทคาดการณ์ว่ายอดขายไตรมาสสี่จะลดลงเกินคาด ภาพรวมปริมาณการซื้อขาย - ปริมาณการซื้อขายในตลาดสหรัฐฯ ค่อนข้างเบาบาง โดยมีการซื้อขาย 18,800 ล้านหุ้น ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 20,200 ล้านหุ้น ในช่วง 20 วันก่อนหน้า - ดัชนี S&P 500 มีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ 6 ตัว และจุดต่ำสุดใหม่ 12 ตัว ขณะที่ดัชนีแนสแดคมีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ 63 ตัว และจุดต่ำสุดใหม่ 102 ตัว - จำนวนหุ้นที่ปรับตัวขึ้นในดัชนี S&P 500 มีมากกว่าหุ้นลบ ในสัดสวน 1.5 ต่อ 1 หุ้น ที่มา Reuters |