พาณิชย์ เผยส่งออกไทย ก.พ.69 โต 9.9% ขยายตัวเดือนที่ 20 รับ มี.ค.อาจลดลง จากความขัดแย้งตะวันออกกลาง

รูป พาณิชย์ เผยส่งออกไทย ก.พ.69 โต 9.9% ขยายตัวเดือนที่ 20 รับ มี.ค.อาจลดลง จากความขัดแย้งตะวันออกกลาง

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -24 มี.ค. 69 10:59 น.

พาณิชย์ เปิดเผยตัวเลขส่งออกไทย เดือน ก.พ. 69 มีมูลค่า 29,439.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 20 ที่ 9.9% ด้านการนำเข้า มีมูลค่า 32,273.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 31.8% ส่งดุลการค้า ขาดดุล 2,833.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ ภาพรวม 2 เดือนแรกของปี 69 การส่งออก มีมูลค่า 61,012.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 17.0% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

นางสาวณัฐิยา สุจินดา รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ส่งออกของไทยในเดือน ก.พ. 2569 มีมูลค่า 29,439.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 9.9% เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 20 โดยมีรายละเอียดดังนี้

-โดยหากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และ ยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ 11.0% ซึ่งมีแรงขับเคลื่อนหลักของการส่งออกยังคงเป็นสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เติบโตตามการอัปเกรดเทคโนโลยีสมัยใหม่สู่ยุค AI และ การกระจายความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทานจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่มีต่อเนื่อง

-ในขณะที่การส่งออกสินค้าเกษตร และ อาหาร ศักยภาพขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง เช่น ทุเรียนสด เงาะสด ลำไยสด สับปะรดสด ไขมัน และ น้ำมันจากพืช และสัตว์ อาหารสัตว์เลี้ยง ไก่แปรรูป เป็นต้น ทั้งนี้ การส่งออก 2 เดือนแรกของปี 2569 มีมูลค่า 61,012.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวที่ 17.0% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ 15.8%

-การนำเข้า มีมูลค่า 32,273.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 31.8% ดุลการค้า ขาดดุล 2,833.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ การนำเข้า 2 เดือนแรก มีมูลค่า 67,149.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 30.5%

-มูลค่าการค้าในรูปเงินบาท เดือนกุมภาพันธ์ 2569 การส่งออก มีมูลค่า 912,567 ล้านบาท ขยายตัวะ 0.3% เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 1,013,733 ล้านบาท ขยายตัว 20.6% ดุลการค้า ขาดดุล 101,166 ล้านบาท ภาพรวม 2 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออก มีมูลค่า 1,893,312 ล้านบาท ขยายตัว 6.7% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 2,111,178 ล้านบาท ขยายตัว 19.1% ดุลการค้า ขาดดุล 217,866 ล้านบาท

-มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร หดตัว 5.7% (YoY) หดตัวต่อเนื่อง 2 เดือน โดยสินค้าเกษตร หดตัว 3.6% หดตัวต่อเนื่อง 7 เดือน และ สินค้าอุตสาหกรรมเกษตร หดตัว 7.7% หดตัวต่อเนื่อง 2 เดือน โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ อาหารสัตว์เลี้ยง ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง ไก่แปรรูป และ ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์

-ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น ยางพารา ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง น้ำตาลทราย เครื่องดื่ม และ ไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง ทั้งนี้ 2 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร หดตัว 3.8%

-การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัว 13.3%(YoY) ขยายตัวต่อเนื่อง 23 เดือน โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องส่งวิทยุ โทรเลข โทรศัพท์ โทรทัศน์

-ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น อัญมณีและเครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำ) หดตัว 30.0% หดตัวหลังจากขยายตัวในเดือนก่อนหน้า เม็ดพลาสติก เครื่องสำอาง สบู่ และ ผลิตภัณฑ์รักษาผิว เคมีภัณฑ์ ทั้งนี้ 2 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัว 21.3%

-แนวโน้มการส่งออกในปี 2569 คาดว่าจะยังขยายตัวต่อเนื่อง ท่ามกลางความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ของโลก หลังจากที่สหรัฐฯ ปรับมาใช้มาตรา 122 ทำให้ภาษีนำเข้าจากไทยลดลงจากอัตรา Reciprocal Tariff เดิม ช่วยสนับสนุนการเร่งส่งออกในช่วง 150 วัน สำหรับการเปิดไต่สวนตามมาตรา 301 มีกรอบดำเนินการถึงกลางปี ซึ่งคาดว่าจะเห็นผลในช่วงปลายปี

-สถานการณ์ด้านความมั่นคงในช่องแคบฮอร์มุซที่มีแนวโน้มยืดเยื้อส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน และ ต้นทุนการผลิตและการขนส่ง กระทบกำลังซื้อของประเทศคู่ค้า เป็นความเสี่ยงที่จะกระทบต่อการส่งออกในอนาคต กระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามสถานการณ์ และ ประเมินผลกระทบอย่างใกล้ชิด และ ได้หารือกับหน่วยงานภาครัฐ และ เอกชนที่จะลดผลกระทบต่อประชาชนทั้งระบบ ผลักดันการส่งออกอาหารท่ามกลางวิกฤต พร้อมทั้งกระจายความเสี่ยงไปยังตลาดใหม่ เพื่อให้การค้าไทยยังคงรักษาระดับการเติบโตสามารถคว้าโอกาสท่ามกลางวิกฤตอย่างแข็งแกร่ง

"เดือนมี.ค. คาดส่งออกจะลดลง จากปัจจัยเรื่องค่าระวางเรือ ค่าขนส่ง ค่าวัตถุดิบ ค่าน้ำมัน ขึ้นอยู่กับสงครามจะยืดเยื้อแค่ไหน จะลากยวไปเดือนเม.ย. หรือ พ.ค. ไหม แต่เราเป้ามอง 3 ส่วน ในแง่ดีที่สุด อาจยังเป็นบวก 1.1% คิดเป็นมูลค่า 28,235.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนกลางๆ ติดลบ 1% คิดเป็นมูลค่า 27,522.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ แย่สุด ติดลบ 3% คิดเป็นมูลค่า 26,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเราต้องปรับเป้าอีกในเดือนเม.ย. นี้ ซึ่งเป็นปกติที่เราจะทบทวนทุกไตรมาส"



Related Topics

Editing by

Koranat Ploysawat

Koranat Ploysawat

Senior Reporter, efinanceThai